Loading
 
12 ประวัติ อื่นๆ พม่า พิมพ์
ดัชนีบทความ
12 ประวัติ อื่นๆ พม่า
หน้า 2
หน้า 3
หน้า 4
ทุกหน้า

tour-history-miscelleneous-domestic
ประวัติ อื่นๆ ประเทศพม่า

เขตตะนาวศรี
เขตพะโค
เขตย่างกุ้ง
รัฐกะฉิ่น
รัฐกะยา
รัฐกะเหรี่ยง
รัฐฉาน
รัฐชิน
รัฐมอญ
รัฐยะไข่

 tour-history-miscelleneous-myanmar

ประเทศพม่า (อังกฤษ: Burma หรือ Myanmar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหภาพพม่า (อังกฤษ: Union of Myanmar; ) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรอินโดจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีพรมแดนทางแผ่นดินติดต่อกับสองประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ได้แก่ จีน และอินเดีย

ดอกไม้ประจำชาติ    ดอกประดู่

รู้จักเมียนมาร์
แต่เดิมชาวตะวันตกเรียกประเทศนี้ว่า Burma จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 พม่าได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Myanmar ชื่อใหม่นี้เป็นที่ยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ แต่บางชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อนี้ เนื่องจากไม่ยอมรับรัฐบาลทหารที่เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ ปัจจุบันหลายคนใช้คำว่า Myanmar ซึ่งมาจากชื่อประเทศในภาษาพม่าว่า Myanma Naingngandaw ไม่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลทหารอย่างไรก็ตาม คำว่าเมียนมาร์ เป็นการทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า Myanmar แต่ความจริงแล้ว ชาวพม่าเรียกชื่อประเทศตนเองว่า มยะหม่า/เมียนมา ส่วนสื่อไทยมักสะกดว่า เมียนมาร์

ประเทศพม่า หรือเมียนมาร์นั้น เป็นประเทศเก่าแก่ประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อของประเทศพม่าเกิดขึ้นจากอิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดีย คือศาสนาฮินดู เนื่องจากชาวพม่านั้นมีความเชื่อว่าดินแดนของพวกเขานั้นมีที่มาจากคำว่า “Brahma” ซึ่งหมายถึง ดินแดนซึ่งเป็นที่อยู่ของพราหมณ์ ทำให้ชื่อของประเทศนี้ถูกเรียกขานกันไปจากรากศัพท์นี้ว่า Bamma . Mien , Burma และ Myanmar

พม่าเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิฐยากจนประเทศหนึ่งในโลก แต่ทว่าในความยากจนของประเทศที่เกิดจากการปิดประเทศนั้น ได้ช่วยให้ประเทศพม่ายังคงมีระบบของสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเฉกเช่นในอตีด และถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศพม่าที่จะสื่อให้โลกได้รู้จักพม่ามากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา

แต่ในสายตาของคนไทยทั่วไปแล้ว ประเทศพม่านั้นเป็นประเทศที่ยังดูลึกลับ และยากแก่การทำความรู้จัก หรือเข้าไปทำความคุ้นเคยเหตุผลส่วนใหญ่นั้นอาจเป็นเพราะความคิดแบบประวัติศาสตร์ชาตินิยมที่ฝ้งลงในจิตใจของคนไทยทุกรุ่นมาช้านานก็เป็นได้ จึงมีผลทำให้ทัศนคติของคนไทยที่มีต่อประเทศประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ส่งผลในด้านลบตลอดมา

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศพม่านั้น ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมที่โดดเด่น ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม ความศรัทธาในศาสนาที่มีอยู่ในจิตใจของคนพม่าทุก ๆ คน อาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ วิถีชีวิตและสังคมที่มีความหลากหลาย ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายไป นี่คือเสน่ห์ของประเทศพม่าที่คนไทยหลายๆ คนมองข้ามไป

ปัจจุบัน ประเทศพม่าเองก็พยายามปรับตัวให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่มีอย่างรวดเร็วของสังคมโลกด้วยเช่นกัน หลังจากที่ต้องปิดประเทศมาเป็นเวลายาวนาน รัฐบาลทหารของประเทศพม่าจึงพยายามส่งเสริมให้ประเทศของตนมีความเจริญมากขึ้น รวมทั้งการเปิดใจยอมรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทนำพาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอาณารยประเทศ

ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ของการตั้งเป็นอาณาจักรในดินแดนแห่งนี้เริ่มขึ้นในช่วงราวพุทธศตวรรษที่13 โดยมีอาณาจักรของชนชาติหนึ่งที่อพยพเข้ามาเป็นกลุ่มแรกชื่อว่า ชนชาติพยู (Pyu) มีเมืองสำคัญของอาณาจักรอยู่ทีเมืองศรีเกษตรา (Srikasetra) หรือบริเวณเมืองแปร (Prome) ในปัจจุบัน เมืองเบกถาโน (Beikthano) เมืองฮาลิน (Halin) เมืองเหล่านี้อยู่แถบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี (Irrawaddy) ในตอนกลางของประเทศพม่า อารยธรรมของกลุ่มชนนี้สูญหายไป เนื่องจากการทำสงครามกับชาวไต (Tai) จากมณฑลยูนนาน ที่อพยพเข้ามาครอบครองดินแดนบางส่วนที่เป็นรัฐฉาน (Shan State) ในปุ้จุบันต่อมาชนชาติที่ถืือว่าเก่าแก่ชาติหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือชนชาติมอญ (Mon) ก็ได้อพยพมาจากแถบอินเดียตะวันออก มาตั้งรกรากและรับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย คือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท นำมาปฏิบัติสืบทอดจนรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนแถบนี้

จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 ชนชาติพม่าที่มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ทางทิเบตก็ได้อพยพลงมาพร้อมทั้งขยายอิทธิพลเหนือชนขาติมอญจนสามารถรวบรวมให้ชาวพม่ามีศูนย์กลางของอาณาจักรของตนได้ที่เมืองพุกาม (Bagan) ทั้งนี้เป็นเพราะความสามารถของกษัตริย์พระนามว่า พระเจ้าอโนรธา หรือพระเจ้าอนิรุธ (King Anawrahtar , พ.ศ. 1587 - 1620) อาณาจักรพุกามแห่งนี้สามารถรวบรวมและยึดอาณาจักรอื่น ๆ ได้ รวมทั้งเมืองหงสาวดี (Hanthawaddy) ของมอญ ซึ่งจากการเข้าตีเมืองหงสาวดีนี้เอง ทำให้พุกามรับเอาวัฒนธรรมจา้กมอญเข้ามาสู่อาณาจักรมากมาย

อาณาจักรพุกามนั้นมีความเจริญสูงสุดในพุทธศตวรรษที่ 16 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของอาณาจักรพุกาม เพราะกษัตริย์ในราชวงศ์นี้ล้วนมีความศรัทธาในศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก กษัตริย์หลายพระองค์นิยมสร้างเจดีย์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในรัชกาลของพระองค์ จนทำให้เมืองพุกามขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเจดีย์ 4,000 องค์ อาณาจักรนี้ล่มสลายเพราะการบุกรุกเข้าทำลายของกองทัพมองโกลที่นำโดย กุบไลข่าน (Kublai Khan) ในปีพ.ศ. 1830

เมื่ออาณาจักรพุกามล่มสลายลง ดินแดนแห่งนี้จึงแตกออกเป็นอาณาจักรต่าง ๆ หลายอาณาจักรคือ เมืองหงสาวดีกลับไปเป็นของชาวมอญ เมืองอังวะ (Innwa) ก็ครอบครองโดยชาวไทใหญ่ในรัฐฉาน เกิดสงครามระหว่างอาณาจักรมากมายหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้น 200 กว่าปีต่อมา ชาวพม่าจึงรวบรวมชนชาติเดียวกันให้เป็นอาณาจักรตองอู (Taungoo) ขึ้น โดยมีกษัตริย์ที่สำคัญและมีอำนาจมากในยุคนี้ก็คือพระเจ้าบุเรงนอง (King Bayinnaung) จนเมื่อจุดจบของอาณาจักรมาถึง อาณาจักรตองอูนั้นต้องแตกสลายไปเพราะต้องรับกับศึกสงครามรอบด้าน ทั้งจากอยุธยา มอญ และชาวยะไข่ (Rakhine) อันเป็นจุดสิ้นสุดยุคแห่งความรุ่งเรืองไว้แค่นั้น

ในช่วงราวปีพ.ศ. 2295 อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของชาวพม่า อาณาจักรที่ 3 ก็ก่อกำเนิดขึ้นอีกครั้ง ชื่อของอาณาจักรคองบอง (Konbaung) เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่ามีความเข้มแข็ง สามารถปราบหัวเมืองมอญและกลุ่มชนอื่น ๆ ให้เข้ามารวมอยู่ในอาณาจักรนี้ได้ เมื่อมีความมั่นคงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรก็มีเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่สมัยนี้เป็นต้นมาจึงมีชาวตะวันตกเข้ามาในดินแดนพม่าเป็นจำนวนมาก เริ่มจากชาวโปรตุเกส ซึ่งเป็นมหาอำนาจยุคแรก ๆ ได้เข้ามาตั้งสถานีการค้าขึ้นในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 ต่อมาชาวดัตช์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ก็ได้เข้ามาร่วมทำการค้าด้วยเช่นกัน


แต่จักรวรรดินิยมอังกฤษถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจในยุคหลัง มีเหตุต้องขัดแย้งกับกษััตริย์พม่าบ่อยครั้ง เพราะกษัืตริย์พม่าเองได้ขยายอาณาเขตของอาณาจักรไปประชิดเขตเบงกอลของจักรวรรดินิยมอังกฤษ ทำให้เกิดสงครามระหว่างอังกฤษและพม่าขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง คือครั้งแรกในปีพ.ศ. 2367 - 2369 ครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2395 และครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ. 2428 อังกฤษทำการรบจนได้รับชัยชนะและยึดอาณาจักรของชาวพม่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิตนในปีถัดมา

ปีพ.ศ. 2480 พม่าพยายามแยกตัวเป็นอิสระจากอังกฤษ พร้อมกับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามารุกรานถึงจักรวรรดิอังกฤษ และชาวพม่าเองก็ได้เข้ามาร่วมมือกับกองทััพญี่ปุ่นเพื่อช่วยปลดปล่อยชาติของตนเอง จนพม่าสามารถประกาศเอกราชพร้อม ๆ กับการเกิดวีรบุรุษของชาติขึ้นคือ นายอองซาน (Aung san) ในวันที่ 4่ มกราคม พ.ศ.2491

หลังจากได้ทำการประกาศเอกราช พม่าก็พัฒนาประเทศไปแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ประกอบกับการก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็นรัฐชาติของพม่านั้นกลับต้องพบปัญหาที่รุนแรงมากมายหลายครั้ง จากปัญหาทางด้านชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก จนในที่สุดต้องกลายตัวเองไปเป็นประเทศสังคมนิยม ตัดขาดจากโลกภายนอกตามนโยบายสังคมนิยมแบบพม่า

จนถึงปีพ.ศ. 2505 ฝ่ายทหารของพม่าขึ้นมามีอำนาจครอบครองประเทศ ในนามสภาฟื้นฟูกฎระเบียบของชาติ หรือสลอร์ค (SLORC : State Law and Order Restoration Council) พร้อมกับการเกิดกระแสการเรียกร้องประชาธิปไตยจากพรรค NLD (National League of Democracy) ซึ่งนำโดยนางอองซานซูจี (Aung San Suu Kyi) ลูกสาวของนายอองซาน ผู้นำพม่าคนสำคัญใน อดีตความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองนี้เองจึงทำให้กระแสการเรียกร้องดังกล่าวก็ยังคงมีต่อเนื่องจนถึงสมัยปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง
ประเทศพม่าตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 28 องศา 30 ลิปดา ถึง 10 องศา 20 ลิปดาเหนือ ภูมิประเทศตั้งอยู่ตามแนวอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์ และมีหาดที่สวยงามเก่าแก่บริสุทธิ์อยู่หลายแห่ง พม่ามีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธิเบตและจีน

ส่วนทางตะวันออกติดกับลาว และทางตอนใต้ติดกับไทย รูปพรรณสัณฐานเหมือนกับว่าวที่มีหางยาวล้อมรอบเกือกม้าขนาดใหญ่คือแนวเทือกเขามหึมา และภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ มียอดเขาสูงอยู่มากมายตามแนวเทือกเขาของพม่า และมีหลายยอดที่สูงเกินกว่า 10,000 ฟุต ตามแนวชายแดนหิมาลัยทางเหนือของพม่าที่ติดกับธิเบตเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ฮากากาโบ ราซี” 19,314 ฟุต ต่ำลงมาจากแนวเขาเหล่านี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ภายในประเทศพม่า รวมทั้งเขตแห้งแล้งกินอาณาเขตกว้างตอนกลางของพม่า และยังมีที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาวลงไปทางตอนใต้ เป็นนาข้าวกว้างใหญ่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

ลักษณะภูมิประเทศ ประเทศพม่ามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 676,552 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนดิตต่อกับเพื่อนบ้าน ดังนี้

ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ    ติดต่อกับประเทศอินเดียและบังกลาเทศ
ด้านทิศเหนือ               ติดต่อกับประเทศลาวและจีน
ด้านตะวันออกทั้งหมด     ติดต่อกับประเทศไทย
ด้านทิศตะวันตก            ติดต่อกับทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล

ภาคเหนือ           เทือกเขาปัตไก เป็นพรมแดนระหว่างพม่าและอินเดีย
ภาคตะวันตก        เทือกเขาอาระกันโยมากั้นเป็นแนวยาว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    เป็นที่ราบสูงชัน
ภาคใต้            มีทิวเขาตะนาวศรี กั้นระหว่างไทยกับพม่า
ภาคกลาง         เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี

แม่น้ำสายที่สำคัญที่สุดไหลผ่านใจกลางของประเทศคือ แม่น้ำอิระวดี (Ayeyarwady/Irrawaddy) ส่วนแม่น้ำที่สำคัญสายอื่น ๆ ได้แก่ แม่น้ำชินวิน (Chindwin) แม่น้ำสิตตองหรือสะโตง (Sittoung) แม่น้ำสาละวิน (Salween)เป็นต้น

พื้นที่ของประเทศพม่าสามารถแบ่งได้ตามความแตกต่างของระดับภูมิประเทศ เป็น Upper Myanmar และ Lower Myanmar โดยที่ Upper Myanmar นั้นจะเป็นภูมิประเทศแบบเทือกเขาที่ถอดยาวลงมาตามทิวเขาจากดิินแดนทิเบตของประเทศจีน เช่น เทือกเขาบีล็อกตอง (Bilauktaung) เทือกเขาคะฉิ่น (Kachin) เทือกเขาอารกันโยมา (Arakan Yoma) เทือกเขาวิกตอเรีย (Victoria) เป็นต้น

โดยมียอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉยงใต้ชื่อ คาคาโบราซี (Hkakabo Razi) ความสูงประมาณ 5,889 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนบนของประเทศ ที่สำคัญคือมีที่ราบสูงขนาดใหญ่สลับกับแนวเทือกเขาด้วย จึงทำให้บริเวณ Upper Myanmar มีระดับความสูงที่แตกต่างกับทางตอนล่างของประเทศอย่างเห็นได้ชัด ที่ราบสูงที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากคือที่ราบสูงฉาน (Shan Pateau)

ส่วน Lower Myanmar นั้น เป็นบริเวณตอนล่างของประเทศ ตั้งแต่บริเวณชายฝั่่งทะเลของอ่าวมะตะบัน (Gluf of Mataban) ตลอดจนหมู่เกาะทั้งหมด และแถบบริเวณปากแม่น้ำอิระวดี โดยเฉพาะที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีนั้น เป็นที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดโหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก พื้นที่ลุ่มที่ถือว่ามีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งในแถบนี้คือ ที่ราบลุ่มทะเลสาบอินเล (Inle Lake)

ประชากร
จำนวนประชากรประมาณ 50.51 ล้านคน ความหนาแน่นโดยเฉลี่ย 61 คน/ตารางกิโลเมตร พม่ามีประชากรหลายเชื้อชาติ จึงเกิดเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อย มีชาติพันธุ์พม่า 63% ไทยใหญ่ 16% มอญ 5% ยะไข่ 5% กะเหรี่ยง 3.5% คะฉิ่น 3% ไทย 3% ชิน 1%

นาฎศิลป์
ในส่วนของการแสดงที่ถือว่าเป็นรูปแบบการแสดงหลักในช่วงของงานเทศกาลต่าง ๆในพม่านั้น จะเรียกว่า “ปะแว” (Pwe) หรือก็คือการแสดงระบำประเภทหนึ่งในพม่า ใช้ทั้งการเล่นและการรำประกอบการแสดง ส่วนใหญ่ใช้การเล่าเรื่องตำนานต่าง ๆ ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นตำนานชาดกในพระพุทธศาสนา บางครั้งอาจมีการแสดงตลกล้อเลียนและใช้หุ่นกระบอกเป็นเครื่องมือประกอบ

เรื่องของท่ารำและทำนองของบทเพลงนั้นก็จะมีการประยุกต์เอาท่ารำจากสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยนำมาจากเชลยศึกทึ่เป็นคนจากคณะนาฏศิลป์ - หลวงที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่ครั้งเสียกรุง ท่ารำของพม่าจึงมีลักษณะที่คล้ายของไทยและตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน

วัฒนธรรม
ประเทศพม่ามีศิลปะและวัฒนธรรมที่เก่าแก่มานานหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคของการก่อตั้งอาณณาจักร ยุคของความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนาเรื่อยมาจนถึงยุคที่ถูกปกครองจากเจ้าอาณานิคม ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมทั้งหลายของพม่านัน ก็ล้วนแล้วแต่มีการผสมผสานความเชื่อทางศาสนาเข้าไว้อย่างเด่นชัด จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมพม่า

วัฒนธรรมของพม่าได้รับอิทธิพลทั้งจากจีน อินเดีย และไทยมาช้านาน ดังสะท้อนให้เห็นในด้านภาษา ดนตรี และอาหาร สำหรับศิลปะของพม่านั้นได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ในปัจจุบันนี้วัฒนธรรมพม่ายังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากเขตชนบทของประเทศ ด้านการแต่งกาย ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า ลุนตยาอชิก


เห็นได้จากความศรัทธาและความเชื่อในศาสนาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรพุกาม พุกามคือเมืองเก่าแก่อายุกว่า 1,153 ปี ผ่านยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังคงมีการทำนุบำรุงรักษาบรรดาเจดีย์กว่า 5,000 องค์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ผู้คนยังคงศรัทธาและหวงแหนสมบัติของประเทศและชาติตลอดมา ทั้งนี้ไม่เฉพาะแต่เมืองพุกามเท่่านั้น แต่รวมไปถึงเจดีย์ทั้งหมดของประเทศด้วย

ความเชื่อ
ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าอยู่นอกเหนือจากควา็มศรัทธาในศาสนาพุทธก็คือ ความเชื่อในเรื่องของ “ผีนัต” (Nat Spirit) ผีนัตหรือ Nattha ในภาษาบาลีหมายถึง เทวดาผู้ปกปักรักษา เป็นความเชื่อของชาวพม่าที่คล้ายกับการบูชาศาลพระภูมิของไทย โดยชาวพม่านั้นจะสร้างศาลหรือบ้า้นเล็ก ๆ ไว้เพื่อสักการะบูชา พร้อมกับการถวายอาหาร ดอกไม้ และเครื่องประดับกับผีนัตด้วย

คนพม่านั้นศรัทธาและเกรงกลัวอำนาจบารมีของผีนัตพอ ๆ กับการเคารพพระพุทธเจ้า แต่ดูจะเกรงกลัวผีนัตมากกว่า เพราะชาวพม่าเชื่อว่าการตัดสินความผิด การให้คุณให้โทษของผีนัตจะมีความรุนแรง และแปรผันตรงตามกรรมที่พวกเขาได้กระทำลงไป กล่าวคือใครที่ทำความชั่วและมีความรุนแรงมาก ผีนัตก็จะตอบแทนกรรมนั้นอย่างรุนแรงกลับไปเช่นกัน

การเรียกชื่อ
ลักษณะทางวัฒนธรรมอีกอย่างที่น่าสนใจของประเทศพม่าคือ ในประเทศพม่านั้นจะไม่มีการใช้นามสกุล วิธีที่จะใช้เรียกชื่อเพื่อให้ทราบว่าเป็นใครนั้น ต้องมีคำนำหน้าชื่อแล้วตามด้วยชื่อตนเอง หรืออาจรวมไปถึงชื่อของบิดาด้วย คำว่า “อู” (U) จะใช้เรียกเป็นชื่อนำสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงจะใช้คำว่า “ดอว์” (Daw) ที่สำคัญคือผู้หญิงพม่านั้น เมื่อแต่งงานจะไม่มีีการใช้ชื่อของสามีมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อตน เหมือนกับวัฒนธรรมของชาติอื่นที่ผู้หญิงแต่งงานแล้วต้องใช้นามสกุลสามี

ภาษา
ภาษาพม่านั้นเป็นภาษาหนึ่งในตระกูลทิเบโต - เบอร์มัน (Tibeto - Burman) เป็นภาษาที่ชนส่วนใหญ่ในพม่าใช้ติดต่อสื่อสารกัน แต่ภาษาพม่าก็เป็นเพียงหนึ่งในภาษาที่มีการใช้ในประเทศพม่าเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วมีภาษาที่ใช้โดยกลุ่มชนที่หลากหลายในพม่ามากกว่า100 ภาษา ภาษาที่มีความสำคัญรองลงมาก็คือภาษาไทใหญ่ และภาษากะเหรี่ยง

ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ถึงแม้ว่าจะถูกใช้เป็นภาษากลางภาษาที่ 2 เพื่อการสื่อสารกับชาวต่างชาติ แต่ก็มีจำนวนน้อยที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับพนักงานโรงแรม หรือตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ และมีบ้างที่ชาวพม่ารุ่นเก่า ๆ ในยุคอาณานิคมที่สามารถสนทนาภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

นอกจากภาษาพม่า ซึ่งเป็นภาษาราชการแล้ว พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศถึงอีก 18 ภาษาโดยแบ่งตามตระกูลภาษาได้ดังนี้

ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาปะหล่อง ภาษาปะลัง (ปลัง) ภาษาปะรวก และภาษาว้า

ตระกูลภาษาซิโน-ทิเบตัน ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาราชการ) ภาษากะเหรี่ยง ภาษาอารากัน (ยะไข่) ภาษาจิงผ่อ (กะฉิ่น) และ ภาษาอาข่า

ตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาไทใหญ่ (ฉาน) ภาษาไทลื้อ ภาษาไทขึน ภาษาไทคำตี่ มีผู้พูดหนาแน่นในรัฐฉาน และรัฐกะฉิ่น ส่วนภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาไทยกลาง และภาษาไทยถิ่นอีสาน มีผู้พูดในเขตตะนาวศรี

ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและภาษาเย้า (เมี่ยน)

ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียน ได้แก่ ภาษามอเกนและภาษามาเลย์ ในเขตตะนาวศรี

ตัวอย่างบทสนทนาและคำศัพท์ที่น่าสนใจ
คำอ่าน                    ความหมาย
มิงกะลาบา                สวัสดี
เจซูติน บาเด             ขอบคุณมาก
หมัดตอรู้หว่า . กระเดาะ ขอโทษ (เสียใจ)
ควินโละ . บ่าหน่อ        ขอโทษ
ควินปิวหว่า              (กระทำผิด)
ตั๊วโดะเม                ลาก่อน
นุบเซบาเด              ลาก่อน (อย่างเป็นทางการ)
เกาตอนย่า              ราตรีสวัสดิ์
โยเดีย                   คนไทย
มิงกูหงาชิดเด่           ฉันรักเธอ
เต้ยหล้าดาเบ            คุณสวยมาก
ขั้นเด่                    คุณหล่อมาก
โจเซบาเด               ยินดีต้อนรับ
แบเล่าเล                เท่าไหร่
เปียวโอเด               ขอให้มีความสุข (พูดขณะชนแก้ว)
เต็กเกาดาเบ            อร่อย

ศาสนา
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศพม่า โดยการเผยแพร่ของพระชินอรหันต์ พระชาวมอญที่อยู่ในสมัยพระเจ้าอโนรธา พม่าบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน พ.ศ. 2517 เพราะมีผู้นับถือศาสนาพุทธ 92.3% ศาสนาคริสต์ 4% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาฮินดู 0.7%

การเมืองและการปกครอง
ประเทศพม่าปกครองด้วยระบบเผด็จการทหาร (Military Council) แบ่งการปกครองออก เป็น 7 รัฐที่เป็นชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่คือ Chin , Kachin , Kayin , Kayah , Mon , Rakhine และ Shan และอีก 7 มณฑลในส่วนที่เป็นคนเชื้อสายพม่าอาศัยอยู่คือ Ayeyamady , Bago , Magway ,Mandalay , Sagaing , Tanintharyi และ Yangon

การคมนาคมขนส่ง
การขนส่งทางบก ได้แก่ ทางถนนและทางรถไฟ ทางถนน ถนนในพม่าส่วนใหญ่ขนานไปกับภูเขาและแม่น้ำ ทอดไปตามความยาวของประเทศ เช่นเดียวกับทางรถไฟ ถนนสายต่าง ๆ ที่สำคัญมีดังนี้ ถนนสายพม่า เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างย่างกุ้งกับเมืองคุนหมิง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจีน มีความยาวในเขตพม่าถึงเมืองมูเซ ประมาณ 1,160 กิโลเมตร และมีความยาวในเขตจีนจากมูเซถึงคุนหมิง ประมาณ 90 กิโลเมตร ถนนสายนี้ผ่านเมืองต่าง ๆ คือ พะโค-ตองอู-ปินมานา-เมกติลา-มัณฑะเลย์-เมเบียงกอดเต็ก-สีป๊อ-ลาโช-แสนหวี-มูเซ รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2,140 กิโลเมตร ใช้การทุกฤดูกาล ทางรถไฟ ทางรถไฟของพม่าได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481

การขนส่งทางน้ำ การคมนาคมขนส่งทางน้ำภายในประเทศ นับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศพม่าเป็นอย่างมาก และยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลักมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดีมีทางน้ำอยู่มากมาย และเป็นเขตที่มีประชาชนพลเมืองอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด ประกอบกับเส้นทางถนนและทางรถไฟยังมีจำกัด

ค่าเงิน และการธนาคาร:
พม่าใช้สกุลเงินที่เรียกว่า จั๊ด (Kyat) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 25-30 จั๊ต ต่อ 1 บาท มีเงินชนิดธนบัตรราคา 1, 5, 10, 15, 25, 45, 50, 90, 100, 500 และ 1,000 จ๊าต ท่านควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯมาจากไทยเลยจะดีกว่าเพราะระบบการโอนเงินผ่านธนาคารของพม่าไม่ค่อยสะดวก และนอกจากนี้พม่ายังพิมพ์คูปองเงินเพื่อใช้แทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเรียกว่า FEC (Foreign Exchange Certificate) โดย 1 FEC มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ อนึ่ง เงินดังกล่าวไม่สามารถใช้นอกประเทศพม่าได้

สำหรับนักท่องเที่ยว ต้องใช้เงินสกุลสำหรับนักท่องเที่ยวที่เรียกว่า FEC (Foreign Exchange Certificates) เงินสกุลนี้จะมีอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกับเงินยูเอสดอลลาร์ และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินยูเอสดอลลาร์ได้เมื่อจะเดินทางกลับ โดยการใช้เงินนี้จะต้องมีความระมัดระวังในการแลกเปลี่ยนกับเงินจ๊าตด้วย นักท่องเที่ยวที่อายุต่ำกว่า 12 ปี นักท่องเที่ยวแบบแพ็กเก็จ หรือนักท่องเที่ยวที่มากับบริษัทสัทัวร์ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องแลกเงินขั้นต่ำ 200 ยูเอสดอลลาร์ (เมื่อแลกแล้วควรเก็บใบเสร็จไว้สำหรับแลกคืนด้วย)

สำหรับบัตรเครดิตนั้น จะเป็นที่ยอมรับทั่วไปตามห้างผู้ใหญ่และร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนเงินบาทไทยไม่สามารถใช้ในเมืองได้ ยกเว้นตามแนวชายแดนเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ส่วนธนาคารของพม่าจะเปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 14.00 น.


เศรษฐกิจ
ทางด้านเศรษฐกิจโดยทั่วไปของประเทศพม่านั้น ปัจจุบันพม่ากำลังปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมของตนให้เข้ามาสู่ระบบตลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการตอบรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาเคเอเชีย อันเนื่องมาจากการค้าขายส่วนใหญ่ของประเทศพม่า โดยจะค้าขายกับประเทศในเอเชียเป็นหลัก ส่วนการพัฒนาประเทศในด้านการท่องเที่ยวนั้นรัฐบาลพม่ากำลังให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น

สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศพม่าคือ ก๊าชธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากไม้สัก เครื่องเรือนต่างๆ อัญมณี ข้าว อ้อย ผลิตภัณฑ์จากการประมงเป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมัน เสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของพม่าคือ ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย อเมริกา และเกาหลืใต้เป็นต้น ทางด้านรายได้ต่อหัวของประชากรนั้นประมาณ 99 เหรียญสหรัฐฯ (เดือนธันวาคมพ.ศ. 2546) ส่วน GDP ประมาณ 4.7 พันล้านเหรียญสฑรัฐฯ (พ.ศ. 2546) แบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 60% ภาคอุตสาหกรรม 9% และภาคบริการ 31% (พ.ศ. 2545)

อาหาร
อาหารของพม่าได้รับอิทธิพลจากทั้งอินเดีย จีน ลาว และไทย มื้อเช้าจะเริ่มต้นด้วยอาหารประจำชาติที่หาลิ้มลองได้ตามแผงขายอาหารทั่วไป เรียกกันว่า โมงอินกา หรือขนมจีนพม่าซึ่งดัดแปลงมาจากก๋วยเตี๋ยวของจีน แต่น้ำทำจากน้ำซุปปลาเคี่ยวกับหยวกกล้วย ปรุงด้วยกะปิ ตะไคร้ ขิง หัวหอม และกระเทียม ทานกับเครื่องเคียงอย่างถั่วแผ่นชุบแป้งทอด ลูกชิ้นปลาแบบแผ่น ถั่วเขียวคั่วป่นละเอียด ละแพ้ต หรือเมี่ยงใบชา ทำจากใบชาอ่อนหมักไว้ในกระบอกไม้ไผ่ เวลาทานนำมาคลุกกับเกลือและน้ำมันงา มีมะนาว พริก กระเทียมเจียว กุ้งแห้ง งาคั่ว ถั่วทอดหรือถั่วอบแห้งเป็นเครื่องเคียง

การแต่งกาย
วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวพม่านั้น ผ้านุ่งของผู้ชายจะเรียกว่า ลองยี (Longyi) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับโสร่งของชาวมสลิมมาก ทำให้คนส่วนใหญ่เรียกผ้านุ่งแบบนี้ว่าโสร่งพม่า ลองยีนั้นจะไม่ใช้เข็มขัดในการคาด แต่ใช้การมัดและสวมใส่กับเสื้อเชิ้ตสีขาว การแต่งกายเช่นนี้เป็นที่นิยมใส่ออกไปทำงานหรือทำธุระนอกบ้าน

ไปรษณีย์
ศูนย์กลางของการให้บริการไปรษณีย์ในพม่าอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง มีชื่อว่า The Yangon Central Post office ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 39 Bo Aung Kyaw Street ซึ่งที่ทำการไปรษณีย์ของ พม่าโดยทั่วไปเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ แต่ในหลาย ๆ โรงแรมก็จะมีบริการจัดส่งไปรษณีย์ให้อยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย

โทรศัพท์
โทรศัพท์สาธารณะทั่วไปเสียครั้งละ 5 จ๊าต ถ้าจะโทรศพท์ไปต่างประเทศนั้น ในประเทศพม่ามีบริการ International Di่rect Dialing (IDD) ซึ่งก็จะให้บริการตามโรงแรมใหญ่ทั่วไปในเขตเมืองท่องเที่ยว

อีเมล์
ประเทศพม่าเพิ่งจะมีบริการอินเตอร์เน็ตเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2543 ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการอีเมล์ในสัดส่วนที่ยังน้อยอยู่ ทำให้ร้านที่ให้บริการอาจจะค่อนข้างหายากและมีราคาสูงอินเตอร์เน็ตในพม่านั้นให้บริการโดยภาครัฐคือ Myanmar Post and Telecommunications

เวลา
เวลาที่ประเทศพม่าจะช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที

กระแสไฟฟ้า/ปลั๊กไฟ
ไฟฟ้าในพม่าเป็นไฟ 220 volt ใช้ปลั๊กไฟได้หลายแบบ ทั้งแบบ 2 ขาแบน 2 ขากลม และ 3 ขาแบน

รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
+95

การปกครอง
เผด็จการทางทหาร

การแบ่งเขตการปกครอง
พม่าแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 รัฐ (states) และ 7 เขต (divisions)

รัฐ (States)
1. รัฐชิน (Chin)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองฮะคา
2. รัฐกะฉิ่น (Kachin)      มีเมืองหลวงชื่อ เมืองมิตจีนา
3. รัฐกะเหรี่ยง (Kayin)    มีเมืองหลวงชื่อ เมืองปะอาน
4. รัฐกะยา (Kayah)       มีเมืองหลวงชื่อ เมืองหลอยก่อ
5. รัฐมอญ (Mon)          มีเมืองหลวงชื่อ เมืองมะละแหม่ง
6. รัฐยะไข่ (Rakhine)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองซิตตเว
7. รัฐฉานหรือไทใหญ่ (Shan)    มีเมืองหลวงชื่อ เมืองตองยี

เขต (Divisions)
1. เขตอิรวดี (Ayeyarwady)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองพะสิม
2. เขตพะโค (Bago)            มีเมืองเอกชื่อ เมืองพะโค
3. เขตมาเกว (Magway)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองมาเกว
4. เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay)    มีเมืองเอกชื่อ เมืองมัณฑะเลย์
5. เขตสะกาย (Sagaing)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองสะกาย
6. เขตตะนาวศรี (Tanintharyi)    มีเมืองเอกชื่อ เมืองทวาย
7. เขตย่างกุ้ง (Yangon)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองย่างกุ้ง

เขตตะนาวศรี

เขตพะโค

เขตย่างกุ้ง

รัฐกะฉิ่น

รัฐกะยา

รัฐกะเหรี่ยง

รัฐฉาน

รัฐชิน

รัฐมอญ

รัฐยะไข่

แหล่งที่มา : หนังสื่อคู่มือนักเดินทางฉบับพกพา เมียนมาร์ หน้า 5 – 12 , หน้า 15 – 21 , หน้า 41 , หน้า 65 – 66

 

ประเทศพม่า (อังกฤษ: Burma หรือ Myanmar) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สหภาพพม่า (อังกฤษ: Union of Myanmar; ) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคาบสมุทรอินโดจีนซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด และมีพรมแดนทางแผ่นดินติดต่อกับสองประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก ได้แก่ จีน และอินเดีย

ดอกไม้ประจำชาติ    ดอกประดู่

รู้จักเมียนมาร์
แต่เดิมชาวตะวันตกเรียกประเทศนี้ว่า Burma จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2532 พม่าได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Myanmar ชื่อใหม่นี้เป็นที่ยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ แต่บางชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร ไม่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อนี้ เนื่องจากไม่ยอมรับรัฐบาลทหารที่เป็นผู้เปลี่ยนชื่อ ปัจจุบันหลายคนใช้คำว่า Myanmar ซึ่งมาจากชื่อประเทศในภาษาพม่าว่า Myanma Naingngandaw ไม่ว่าจะมีความเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลทหารอย่างไรก็ตาม คำว่าเมียนมาร์ เป็นการทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่า Myanmar แต่ความจริงแล้ว ชาวพม่าเรียกชื่อประเทศตนเองว่า มยะหม่า/เมียนมา ส่วนสื่อไทยมักสะกดว่า เมียนมาร์

ประเทศพม่า หรือเมียนมาร์นั้น เป็นประเทศเก่าแก่ประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อของประเทศพม่าเกิดขึ้นจากอิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดีย คือศาสนาฮินดู เนื่องจากชาวพม่านั้นมีความเชื่อว่าดินแดนของพวกเขานั้นมีที่มาจากคำว่า “Brahma” ซึ่งหมายถึง ดินแดนซึ่งเป็นที่อยู่ของพราหมณ์ ทำให้ชื่อของประเทศนี้ถูกเรียกขานกันไปจากรากศัพท์นี้ว่า Bamma . Mien , Burma และ Myanmar

พม่าเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิฐยากจนประเทศหนึ่งในโลก แต่ทว่าในความยากจนของประเทศที่เกิดจากการปิดประเทศนั้น ได้ช่วยให้ประเทศพม่ายังคงมีระบบของสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็งเฉกเช่นในอตีด และถือเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศพม่าที่จะสื่อให้โลกได้รู้จักพม่ามากยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา

แต่ในสายตาของคนไทยทั่วไปแล้ว ประเทศพม่านั้นเป็นประเทศที่ยังดูลึกลับ และยากแก่การทำความรู้จัก หรือเข้าไปทำความคุ้นเคยเหตุผลส่วนใหญ่นั้นอาจเป็นเพราะความคิดแบบประวัติศาสตร์ชาตินิยมที่ฝ้งลงในจิตใจของคนไทยทุกรุ่นมาช้านานก็เป็นได้ จึงมีผลทำให้ทัศนคติของคนไทยที่มีต่อประเทศประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ส่งผลในด้านลบตลอดมา

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศพม่านั้น ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมที่โดดเด่น ประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรม ความศรัทธาในศาสนาที่มีอยู่ในจิตใจของคนพม่าทุก ๆ คน อาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์ วิถีชีวิตและสังคมที่มีความหลากหลาย ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลายไป นี่คือเสน่ห์ของประเทศพม่าที่คนไทยหลายๆ คนมองข้ามไป

ปัจจุบัน ประเทศพม่าเองก็พยายามปรับตัวให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่มีอย่างรวดเร็วของสังคมโลกด้วยเช่นกัน หลังจากที่ต้องปิดประเทศมาเป็นเวลายาวนาน รัฐบาลทหารของประเทศพม่าจึงพยายามส่งเสริมให้ประเทศของตนมีความเจริญมากขึ้น รวมทั้งการเปิดใจยอมรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทนำพาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอาณารยประเทศ

ประวัติศาสตร์
ประวัติศาสตร์ของการตั้งเป็นอาณาจักรในดินแดนแห่งนี้เริ่มขึ้นในช่วงราวพุทธศตวรรษที่13 โดยมีอาณาจักรของชนชาติหนึ่งที่อพยพเข้ามาเป็นกลุ่มแรกชื่อว่า ชนชาติพยู (Pyu) มีเมืองสำคัญของอาณาจักรอยู่ทีเมืองศรีเกษตรา (Srikasetra) หรือบริเวณเมืองแปร (Prome) ในปัจจุบัน เมืองเบกถาโน (Beikthano) เมืองฮาลิน (Halin) เมืองเหล่านี้อยู่แถบฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิระวดี (Irrawaddy) ในตอนกลางของประเทศพม่า อารยธรรมของกลุ่มชนนี้สูญหายไป เนื่องจากการทำสงครามกับชาวไต (Tai) จากมณฑลยูนนาน ที่อพยพเข้ามาครอบครองดินแดนบางส่วนที่เป็นรัฐฉาน (Shan State) ในปุ้จุบันต่อมาชนชาติที่ถืือว่าเก่าแก่ชาติหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือชนชาติมอญ (Mon) ก็ได้อพยพมาจากแถบอินเดียตะวันออก มาตั้งรกรากและรับวัฒนธรรมมาจากอินเดีย คือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท นำมาปฏิบัติสืบทอดจนรุ่งเรืองอยู่ในดินแดนแถบนี้

จนถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 ชนชาติพม่าที่มีพื้นเพดั้งเดิมอยู่ทางทิเบตก็ได้อพยพลงมาพร้อมทั้งขยายอิทธิพลเหนือชนขาติมอญจนสามารถรวบรวมให้ชาวพม่ามีศูนย์กลางของอาณาจักรของตนได้ที่เมืองพุกาม (Bagan) ทั้งนี้เป็นเพราะความสามารถของกษัตริย์พระนามว่า พระเจ้าอโนรธา หรือพระเจ้าอนิรุธ (King Anawrahtar , พ.ศ. 1587 - 1620) อาณาจักรพุกามแห่งนี้สามารถรวบรวมและยึดอาณาจักรอื่น ๆ ได้ รวมทั้งเมืองหงสาวดี (Hanthawaddy) ของมอญ ซึ่งจากการเข้าตีเมืองหงสาวดีนี้เอง ทำให้พุกามรับเอาวัฒนธรรมจา้กมอญเข้ามาสู่อาณาจักรมากมาย

อาณาจักรพุกามนั้นมีความเจริญสูงสุดในพุทธศตวรรษที่ 16 ถือได้ว่าเป็นยุคทองของอาณาจักรพุกาม เพราะกษัตริย์ในราชวงศ์นี้ล้วนมีความศรัทธาในศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก กษัตริย์หลายพระองค์นิยมสร้างเจดีย์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในรัชกาลของพระองค์ จนทำให้เมืองพุกามขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเจดีย์ 4,000 องค์ อาณาจักรนี้ล่มสลายเพราะการบุกรุกเข้าทำลายของกองทัพมองโกลที่นำโดย กุบไลข่าน (Kublai Khan) ในปีพ.ศ. 1830

เมื่ออาณาจักรพุกามล่มสลายลง ดินแดนแห่งนี้จึงแตกออกเป็นอาณาจักรต่าง ๆ หลายอาณาจักรคือ เมืองหงสาวดีกลับไปเป็นของชาวมอญ เมืองอังวะ (Innwa) ก็ครอบครองโดยชาวไทใหญ่ในรัฐฉาน เกิดสงครามระหว่างอาณาจักรมากมายหลายต่อหลายครั้ง ดังนั้น 200 กว่าปีต่อมา ชาวพม่าจึงรวบรวมชนชาติเดียวกันให้เป็นอาณาจักรตองอู (Taungoo) ขึ้น โดยมีกษัตริย์ที่สำคัญและมีอำนาจมากในยุคนี้ก็คือพระเจ้าบุเรงนอง (King Bayinnaung) จนเมื่อจุดจบของอาณาจักรมาถึง อาณาจักรตองอูนั้นต้องแตกสลายไปเพราะต้องรับกับศึกสงครามรอบด้าน ทั้งจากอยุธยา มอญ และชาวยะไข่ (Rakhine) อันเป็นจุดสิ้นสุดยุคแห่งความรุ่งเรืองไว้แค่นั้น

ในช่วงราวปีพ.ศ. 2295 อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของชาวพม่า อาณาจักรที่ 3 ก็ก่อกำเนิดขึ้นอีกครั้ง ชื่อของอาณาจักรคองบอง (Konbaung) เป็นที่รู้จักกันทั่วไปว่ามีความเข้มแข็ง สามารถปราบหัวเมืองมอญและกลุ่มชนอื่น ๆ ให้เข้ามารวมอยู่ในอาณาจักรนี้ได้ เมื่อมีความมั่นคงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรก็มีเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่สมัยนี้เป็นต้นมาจึงมีชาวตะวันตกเข้ามาในดินแดนพม่าเป็นจำนวนมาก เริ่มจากชาวโปรตุเกส ซึ่งเป็นมหาอำนาจยุคแรก ๆ ได้เข้ามาตั้งสถานีการค้าขึ้นในช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 ต่อมาชาวดัตช์ ฝรั่งเศส และอังกฤษ ก็ได้เข้ามาร่วมทำการค้าด้วยเช่นกัน

แต่จักรวรรดินิยมอังกฤษถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจในยุคหลัง มีเหตุต้องขัดแย้งกับกษััตริย์พม่าบ่อยครั้ง เพราะกษัืตริย์พม่าเองได้ขยายอาณาเขตของอาณาจักรไปประชิดเขตเบงกอลของจักรวรรดินิยมอังกฤษ ทำให้เกิดสงครามระหว่างอังกฤษและพม่าขึ้นทั้งหมด 3 ครั้ง คือครั้งแรกในปีพ.ศ. 2367 - 2369 ครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2395 และครั้งที่ 3 ในปีพ.ศ. 2428 อังกฤษทำการรบจนได้รับชัยชนะและยึดอาณาจักรของชาวพม่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิตนในปีถัดมา

ปีพ.ศ. 2480 พม่าพยายามแยกตัวเป็นอิสระจากอังกฤษ พร้อมกับการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามารุกรานถึงจักรวรรดิอังกฤษ และชาวพม่าเองก็ได้เข้ามาร่วมมือกับกองทััพญี่ปุ่นเพื่อช่วยปลดปล่อยชาติของตนเอง จนพม่าสามารถประกาศเอกราชพร้อม ๆ กับการเกิดวีรบุรุษของชาติขึ้นคือ นายอองซาน (Aung san) ในวันที่ 4่ มกราคม พ.ศ.2491

หลังจากได้ทำการประกาศเอกราช พม่าก็พัฒนาประเทศไปแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ประกอบกับการก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาเป็นรัฐชาติของพม่านั้นกลับต้องพบปัญหาที่รุนแรงมากมายหลายครั้ง จากปัญหาทางด้านชาติพันธุ์ที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก จนในที่สุดต้องกลายตัวเองไปเป็นประเทศสังคมนิยม ตัดขาดจากโลกภายนอกตามนโยบายสังคมนิยมแบบพม่า

จนถึงปีพ.ศ. 2505 ฝ่ายทหารของพม่าขึ้นมามีอำนาจครอบครองประเทศ ในนามสภาฟื้นฟูกฎระเบียบของชาติ หรือสลอร์ค (SLORC : State Law and Order Restoration Council) พร้อมกับการเกิดกระแสการเรียกร้องประชาธิปไตยจากพรรค NLD (National League of Democracy) ซึ่งนำโดยนางอองซานซูจี (Aung San Suu Kyi) ลูกสาวของนายอองซาน ผู้นำพม่าคนสำคัญใน อดีตความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองนี้เองจึงทำให้กระแสการเรียกร้องดังกล่าวก็ยังคงมีต่อเนื่องจนถึงสมัยปัจจุบัน

ภูมิศาสตร์
ที่ตั้ง
ประเทศพม่าตั้งอยู่ที่ละติจูดที่ 28 องศา 30 ลิปดา ถึง 10 องศา 20 ลิปดาเหนือ ภูมิประเทศตั้งอยู่ตามแนวอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันทำให้มีชายฝั่งทะเลยาวถึง 2,000 ไมล์ และมีหาดที่สวยงามเก่าแก่บริสุทธิ์อยู่หลายแห่ง พม่ามีชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบังคลาเทศและอินเดีย และทางตะวันออกเฉียงเหนือติดกับธิเบตและจีน

ส่วนทางตะวันออกติดกับลาว และทางตอนใต้ติดกับไทย รูปพรรณสัณฐานเหมือนกับว่าวที่มีหางยาวล้อมรอบเกือกม้าขนาดใหญ่คือแนวเทือกเขามหึมา และภูเขาที่อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ มียอดเขาสูงอยู่มากมายตามแนวเทือกเขาของพม่า และมีหลายยอดที่สูงเกินกว่า 10,000 ฟุต ตามแนวชายแดนหิมาลัยทางเหนือของพม่าที่ติดกับธิเบตเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ฮากากาโบ ราซี” 19,314 ฟุต ต่ำลงมาจากแนวเขาเหล่านี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ภายในประเทศพม่า รวมทั้งเขตแห้งแล้งกินอาณาเขตกว้างตอนกลางของพม่า และยังมีที่ราบลุ่มบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิระวดีที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาวลงไปทางตอนใต้ เป็นนาข้าวกว้างใหญ่ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด

ลักษณะภูมิประเทศ ประเทศพม่ามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 676,552 ตารางกิโลเมตร มีพรมแดนดิตต่อกับเพื่อนบ้าน ดังนี้

ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ        ติดต่อกับประเทศอินเดียและบังกลาเทศ
ด้านทิศเหนือ                ติดต่อกับประเทศลาวและจีน
ด้านตะวันออกทั้งหมด            ติดต่อกับประเทศไทย
ด้านทิศตะวันตก            ติดต่อกับทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอล

ภาคเหนือ            เทือกเขาปัตไก เป็นพรมแดนระหว่างพม่าและอินเดีย
ภาคตะวันตก             เทือกเขาอาระกันโยมากั้นเป็นแนวยาว
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    เป็นที่ราบสูงชัน
ภาคใต้            มีทิวเขาตะนาวศรี กั้นระหว่างไทยกับพม่า
ภาคกลาง            เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอิรวดี

แม่น้ำสายที่สำคัญที่สุดไหลผ่านใจกลางของประเทศคือ แม่น้ำอิระวดี (Ayeyarwady/Irrawaddy) ส่วนแม่น้ำที่สำคัญสายอื่น ๆ ได้แก่ แม่น้ำชินวิน (Chindwin) แม่น้ำสิตตองหรือสะโตง (Sittoung) แม่น้ำสาละวิน (Salween)เป็นต้น

พื้นที่ของประเทศพม่าสามารถแบ่งได้ตามความแตกต่างของระดับภูมิประเทศ เป็น Upper Myanmar และ Lower Myanmar โดยที่ Upper Myanmar นั้นจะเป็นภูมิประเทศแบบเทือกเขาที่ถอดยาวลงมาตามทิวเขาจากดิินแดนทิเบตของประเทศจีน เช่น เทือกเขาบีล็อกตอง (Bilauktaung) เทือกเขาคะฉิ่น (Kachin) เทือกเขาอารกันโยมา (Arakan Yoma) เทือกเขาวิกตอเรีย (Victoria) เป็นต้น

โดยมียอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศและในเอเชียตะวันออกเฉยงใต้ชื่อ คาคาโบราซี (Hkakabo Razi) ความสูงประมาณ 5,889 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนบนของประเทศ ที่สำคัญคือมีที่ราบสูงขนาดใหญ่สลับกับแนวเทือกเขาด้วย จึงทำให้บริเวณ Upper Myanmar มีระดับความสูงที่แตกต่างกับทางตอนล่างของประเทศอย่างเห็นได้ชัด ที่ราบสูงที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากคือที่ราบสูงฉาน (Shan Pateau)

ส่วน Lower Myanmar นั้น เป็นบริเวณตอนล่างของประเทศ ตั้งแต่บริเวณชายฝั่่งทะเลของอ่าวมะตะบัน (Gluf of Mataban) ตลอดจนหมู่เกาะทั้งหมด และแถบบริเวณปากแม่น้ำอิระวดี โดยเฉพาะที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีนั้น เป็นที่ราบลุ่มสามเหลี่ยมปากแม่น้ำขนาดโหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก พื้นที่ลุ่มที่ถือว่ามีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งในแถบนี้คือ ที่ราบลุ่มทะเลสาบอินเล (Inle Lake)

ประชากร
จำนวนประชากรประมาณ 50.51 ล้านคน ความหนาแน่นโดยเฉลี่ย 61 คน/ตารางกิโลเมตร พม่ามีประชากรหลายเชื้อชาติ จึงเกิดเป็นปัญหาชนกลุ่มน้อย มีชาติพันธุ์พม่า 63% ไทยใหญ่ 16% มอญ 5% ยะไข่ 5% กะเหรี่ยง 3.5% คะฉิ่น 3% ไทย 3% ชิน 1%

 

นาฎศิลป์
ในส่วนของการแสดงที่ถือว่าเป็นรูปแบบการแสดงหลักในช่วงของงานเทศกาลต่าง ๆในพม่านั้น จะเรียกว่า “ปะแว” (Pwe) หรือก็คือการแสดงระบำประเภทหนึ่งในพม่า ใช้ทั้งการเล่นและการรำประกอบการแสดง ส่วนใหญ่ใช้การเล่าเรื่องตำนานต่าง ๆ ซึ่งก็คงจะหนีไม่พ้นตำนานชาดกในพระพุทธศาสนา บางครั้งอาจมีการแสดงตลกล้อเลียนและใช้หุ่นกระบอกเป็นเครื่องมือประกอบ

เรื่องของท่ารำและทำนองของบทเพลงนั้นก็จะมีการประยุกต์เอาท่ารำจากสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยนำมาจากเชลยศึกทึ่เป็นคนจากคณะนาฏศิลป์ - หลวงที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่ครั้งเสียกรุง ท่ารำของพม่าจึงมีลักษณะที่คล้ายของไทยและตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน

วัฒนธรรม
ประเทศพม่ามีศิลปะและวัฒนธรรมที่เก่าแก่มานานหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคของการก่อตั้งอาณณาจักร ยุคของความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนาเรื่อยมาจนถึงยุคที่ถูกปกครองจากเจ้าอาณานิคม ซึ่งศิลปะและวัฒนธรรมทั้งหลายของพม่านัน ก็ล้วนแล้วแต่มีการผสมผสานความเชื่อทางศาสนาเข้าไว้อย่างเด่นชัด จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมพม่า

วัฒนธรรมของพม่าได้รับอิทธิพลทั้งจากจีน อินเดีย และไทยมาช้านาน ดังสะท้อนให้เห็นในด้านภาษา ดนตรี และอาหาร สำหรับศิลปะของพม่านั้นได้รับอิทธิพลจากวรรณคดีและพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ในปัจจุบันนี้วัฒนธรรมพม่ายังได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดจากเขตชนบทของประเทศ ด้านการแต่งกาย ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง เรียกว่า ลองยี ส่วนการแต่งกายแบบโบราณเรียกว่า ลุนตยาอชิก

เห็นได้จากความศรัทธาและความเชื่อในศาสนาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรพุกาม พุกามคือเมืองเก่าแก่อายุกว่า 1,153 ปี ผ่านยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังคงมีการทำนุบำรุงรักษาบรรดาเจดีย์กว่า 5,000 องค์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ผู้คนยังคงศรัทธาและหวงแหนสมบัติของประเทศและชาติตลอดมา ทั้งนี้ไม่เฉพาะแต่เมืองพุกามเท่่านั้น แต่รวมไปถึงเจดีย์ทั้งหมดของประเทศด้วย

ความ เชื่อ
ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าอยู่นอกเหนือจากควา็มศรัทธาในศาสนาพุทธก็คือ ความเชื่อในเรื่องของ “ผีนัต” (Nat Spirit) ผีนัตหรือ Nattha ในภาษาบาลีหมายถึง เทวดาผู้ปกปักรักษา เป็นความเชื่อของชาวพม่าที่คล้ายกับการบูชาศาลพระภูมิของไทย โดยชาวพม่านั้นจะสร้างศาลหรือบ้า้นเล็ก ๆ ไว้เพื่อสักการะบูชา พร้อมกับการถวายอาหาร ดอกไม้ และเครื่องประดับกับผีนัตด้วย

คนพม่านั้นศรัทธาและเกรงกลัวอำนาจบารมีของผีนัตพอ ๆ กับการเคารพพระพุทธเจ้า แต่ดูจะเกรงกลัวผีนัตมากกว่า เพราะชาวพม่าเชื่อว่าการตัดสินความผิด การให้คุณให้โทษของผีนัตจะมีความรุนแรง และแปรผันตรงตามกรรมที่พวกเขาได้กระทำลงไป กล่าวคือใครที่ทำความชั่วและมีความรุนแรงมาก ผีนัตก็จะตอบแทนกรรมนั้นอย่างรุนแรงกลับไปเช่นกัน

การเรียกชื่อ
ลักษณะทางวัฒนธรรมอีกอย่างที่น่าสนใจของประเทศพม่าคือ ในประเทศพม่านั้นจะไม่มีการใช้นามสกุล วิธีที่จะใช้เรียกชื่อเพื่อให้ทราบว่าเป็นใครนั้น ต้องมีคำนำหน้าชื่อแล้วตามด้วยชื่อตนเอง หรืออาจรวมไปถึงชื่อของบิดาด้วย คำว่า “อู” (U) จะใช้เรียกเป็นชื่อนำสำหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงจะใช้คำว่า “ดอว์” (Daw) ที่สำคัญคือผู้หญิงพม่านั้น เมื่อแต่งงานจะไม่มีีการใช้ชื่อของสามีมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อตน เหมือนกับวัฒนธรรมของชาติอื่นที่ผู้หญิงแต่งงานแล้วต้องใช้นามสกุลสามี

ภาษา
ภาษาพม่านั้นเป็นภาษาหนึ่งในตระกูลทิเบโต - เบอร์มัน (Tibeto - Burman) เป็นภาษาที่ชนส่วนใหญ่ในพม่าใช้ติดต่อสื่อสารกัน แต่ภาษาพม่าก็เป็นเพียงหนึ่งในภาษาที่มีการใช้ในประเทศพม่าเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วมีภาษาที่ใช้โดยกลุ่มชนที่หลากหลายในพม่ามากกว่า100 ภาษา ภาษาที่มีความสำคัญรองลงมาก็คือภาษาไทใหญ่ และภาษากะเหรี่ยง

ส่วนภาษาอังกฤษนั้น ถึงแม้ว่าจะถูกใช้เป็นภาษากลางภาษาที่ 2 เพื่อการสื่อสารกับชาวต่างชาติ แต่ก็มีจำนวนน้อยที่จะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่นักท่องเที่ยวก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับพนักงานโรงแรม หรือตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญได้ และมีบ้างที่ชาวพม่ารุ่นเก่า ๆ ในยุคอาณานิคมที่สามารถสนทนาภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี

นอกจากภาษาพม่า ซึ่งเป็นภาษาราชการแล้ว พม่ามีภาษาหลักที่ใช้งานในประเทศถึงอีก 18 ภาษาโดยแบ่งตามตระกูลภาษาได้ดังนี้

ตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก ได้แก่ ภาษามอญ ภาษาปะหล่อง ภาษาปะลัง (ปลัง) ภาษาปะรวก และภาษาว้า

ตระกูลภาษาซิโน-ทิเบตัน ได้แก่ ภาษาพม่า (ภาษาราชการ) ภาษากะเหรี่ยง ภาษาอารากัน (ยะไข่) ภาษาจิงผ่อ (กะฉิ่น) และ ภาษาอาข่า

ตระกูลภาษาไท-กะได ได้แก่ ภาษาไทใหญ่ (ฉาน) ภาษาไทลื้อ ภาษาไทขึน ภาษาไทคำตี่ มีผู้พูดหนาแน่นในรัฐฉาน และรัฐกะฉิ่น ส่วนภาษาไทยถิ่นใต้ ภาษาไทยกลาง และภาษาไทยถิ่นอีสาน มีผู้พูดในเขตตะนาวศรี

ตระกูลภาษาม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้งและภาษาเย้า (เมี่ยน)

ตระกูลภาษาออสโตรนีเชียน ได้แก่ ภาษามอเกนและภาษามาเลย์ ในเขตตะนาวศรี

ตัวอย่างบทสนทนาและคำศัพท์ที่น่าสนใจ
คำอ่าน                    ความหมาย
มิงกะลาบา                สวัสดี
เจซูติน บาเด                ขอบคุณมาก
หมัดตอรู้หว่า . กระเดาะ        ขอโทษ (เสียใจ)
ควินโละ . บ่าหน่อ            ขอโทษ
ควินปิวหว่า                (กระทำผิด)
ตั๊วโดะเม                ลาก่อน
นุบเซบาเด                ลาก่อน (อย่างเป็นทางการ)
เกาตอนย่า                ราตรีสวัสดิ์
โยเดีย                    คนไทย
มิงกูหงาชิดเด่                ฉันรักเธอ
เต้ยหล้าดาเบ                คุณสวยมาก
ขั้นเด่                    คุณหล่อมาก
โจเซบาเด                ยินดีต้อนรับ
แบเล่าเล                เท่าไหร่
เปียวโอเด                ขอให้มีความสุข (พูดขณะชนแก้ว)
เต็กเกาดาเบ                อร่อย

ศาสนา
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศพม่า โดยการเผยแพร่ของพระชินอรหันต์ พระชาวมอญที่อยู่ในสมัยพระเจ้าอโนรธา พม่าบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติใน พ.ศ. 2517 เพราะมีผู้นับถือศาสนาพุทธ 92.3% ศาสนาคริสต์ 4% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาฮินดู 0.7%

การเมืองและการปกครอง
ประเทศพม่าปกครองด้วยระบบเผด็จการทหาร (Military Council) แบ่งการปกครองออก เป็น 7 รัฐที่เป็นชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่คือ Chin , Kachin , Kayin , Kayah , Mon , Rakhine และ Shan และอีก 7 มณฑลในส่วนที่เป็นคนเชื้อสายพม่าอาศัยอยู่คือ Ayeyamady , Bago , Magway ,Mandalay , Sagaing , Tanintharyi และ Yangon

การคมนาคมขนส่ง
การขนส่งทางบก ได้แก่ ทางถนนและทางรถไฟ ทางถนน ถนนในพม่าส่วนใหญ่ขนานไปกับภูเขาและแม่น้ำ ทอดไปตามความยาวของประเทศ เช่นเดียวกับทางรถไฟ ถนนสายต่าง ๆ ที่สำคัญมีดังนี้ ถนนสายพม่า เป็นถนนสายสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างย่างกุ้งกับเมืองคุนหมิง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของจีน มีความยาวในเขตพม่าถึงเมืองมูเซ ประมาณ 1,160 กิโลเมตร และมีความยาวในเขตจีนจากมูเซถึงคุนหมิง ประมาณ 90 กิโลเมตร ถนนสายนี้ผ่านเมืองต่าง ๆ คือ พะโค-ตองอู-ปินมานา-เมกติลา-มัณฑะเลย์-เมเบียงกอดเต็ก-สีป๊อ-ลาโช-แสนหวี-มูเซ รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2,140 กิโลเมตร ใช้การทุกฤดูกาล ทางรถไฟ ทางรถไฟของพม่าได้เปิดดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2481

การขนส่งทางน้ำ การคมนาคมขนส่งทางน้ำภายในประเทศ นับว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศพม่าเป็นอย่างมาก และยังเป็นเส้นทางคมนาคมหลักมาตั้งแต่อดีต เนื่องจากพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดีมีทางน้ำอยู่มากมาย และเป็นเขตที่มีประชาชนพลเมืองอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด ประกอบกับเส้นทางถนนและทางรถไฟยังมีจำกัด

 

ค่าเงิน และการธนาคาร:
พม่าใช้สกุลเงินที่เรียกว่า จั๊ด (Kyat) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 25-30 จั๊ต ต่อ 1 บาท มีเงินชนิดธนบัตรราคา 1, 5, 10, 15, 25, 45, 50, 90, 100, 500 และ 1,000 จ๊าต ท่านควรแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯมาจากไทยเลยจะดีกว่าเพราะระบบการโอนเงินผ่านธนาคารของพม่าไม่ค่อยสะดวก และนอกจากนี้พม่ายังพิมพ์คูปองเงินเพื่อใช้แทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเรียกว่า FEC (Foreign Exchange Certificate) โดย 1 FEC มีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ อนึ่ง เงินดังกล่าวไม่สามารถใช้นอกประเทศพม่าได้

สำหรับนักท่องเที่ยว ต้องใช้เงินสกุลสำหรับนักท่องเที่ยวที่เรียกว่า FEC (Foreign Exchange Certificates) เงินสกุลนี้จะมีอัตราแลกเปลี่ยนใกล้เคียงกับเงินยูเอสดอลลาร์ และสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินยูเอสดอลลาร์ได้เมื่อจะเดินทางกลับ โดยการใช้เงินนี้จะต้องมีความระมัดระวังในการแลกเปลี่ยนกับเงินจ๊าตด้วย นักท่องเที่ยวที่อายุต่ำกว่า 12 ปี นักท่องเที่ยวแบบแพ็กเก็จ หรือนักท่องเที่ยวที่มากับบริษัทสัทัวร์ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องแลกเงินขั้นต่ำ 200 ยูเอสดอลลาร์ (เมื่อแลกแล้วควรเก็บใบเสร็จไว้สำหรับแลกคืนด้วย)

สำหรับบัตรเครดิตนั้น จะเป็นที่ยอมรับทั่วไปตามห้างผู้ใหญ่และร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนเงินบาทไทยไม่สามารถใช้ในเมืองได้ ยกเว้นตามแนวชายแดนเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ ส่วนธนาคารของพม่าจะเปิดทำการวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 14.00 น.

เศรษฐกิจ
ทางด้านเศรษฐกิจโดยทั่วไปของประเทศพม่านั้น ปัจจุบันพม่ากำลังปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมของตนให้เข้ามาสู่ระบบตลาดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการตอบรับกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาเคเอเชีย อันเนื่องมาจากการค้าขายส่วนใหญ่ของประเทศพม่า โดยจะค้าขายกับประเทศในเอเชียเป็นหลัก ส่วนการพัฒนาประเทศในด้านการท่องเที่ยวนั้นรัฐบาลพม่ากำลังให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น

สินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศพม่าคือ ก๊าชธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์จากไม้สัก เครื่องเรือนต่างๆ อัญมณี ข้าว อ้อย ผลิตภัณฑ์จากการประมงเป็นต้น ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญคือ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำมัน เสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของพม่าคือ ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย อเมริกา และเกาหลืใต้เป็นต้น ทางด้านรายได้ต่อหัวของประชากรนั้นประมาณ 99 เหรียญสหรัฐฯ (เดือนธันวาคมพ.ศ. 2546) ส่วน GDP ประมาณ 4.7 พันล้านเหรียญสฑรัฐฯ (พ.ศ. 2546) แบ่งเป็น ภาคเกษตรกรรม 60% ภาคอุตสาหกรรม 9% และภาคบริการ 31% (พ.ศ. 2545)

อาหาร
อาหารของพม่าได้รับอิทธิพลจากทั้งอินเดีย จีน ลาว และไทย มื้อเช้าจะเริ่มต้นด้วยอาหารประจำชาติที่หาลิ้มลองได้ตามแผงขายอาหารทั่วไป เรียกกันว่า โมงอินกา หรือขนมจีนพม่าซึ่งดัดแปลงมาจากก๋วยเตี๋ยวของจีน แต่น้ำทำจากน้ำซุปปลาเคี่ยวกับหยวกกล้วย ปรุงด้วยกะปิ ตะไคร้ ขิง หัวหอม และกระเทียม ทานกับเครื่องเคียงอย่างถั่วแผ่นชุบแป้งทอด ลูกชิ้นปลาแบบแผ่น ถั่วเขียวคั่วป่นละเอียด ละแพ้ต หรือเมี่ยงใบชา ทำจากใบชาอ่อนหมักไว้ในกระบอกไม้ไผ่ เวลาทานนำมาคลุกกับเกลือและน้ำมันงา มีมะนาว พริก กระเทียมเจียว กุ้งแห้ง งาคั่ว ถั่วทอดหรือถั่วอบแห้งเป็นเครื่องเคียง

การแต่งกาย
วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวพม่านั้น ผ้านุ่งของผู้ชายจะเรียกว่า ลองยี (Longyi) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับโสร่งของชาวมสลิมมาก ทำให้คนส่วนใหญ่เรียกผ้านุ่งแบบนี้ว่าโสร่งพม่า ลองยีนั้นจะไม่ใช้เข็มขัดในการคาด แต่ใช้การมัดและสวมใส่กับเสื้อเชิ้ตสีขาว การแต่งกายเช่นนี้เป็นที่นิยมใส่ออกไปทำงานหรือทำธุระนอกบ้าน

ไปรษณีย์
ศูนย์กลางของการให้บริการไปรษณีย์ในพม่าอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง มีชื่อว่า The Yangon Central Post office ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 39 Bo Aung Kyaw Street ซึ่งที่ทำการไปรษณีย์ของ พม่าโดยทั่วไปเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ - ศุกร์ แต่ในหลาย ๆ โรงแรมก็จะมีบริการจัดส่งไปรษณีย์ให้อยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่งด้วย

โทรศัพท์
โทรศัพท์สาธารณะทั่วไปเสียครั้งละ 5 จ๊าต ถ้าจะโทรศพท์ไปต่างประเทศนั้น ในประเทศพม่ามีบริการ International Di่rect Dialing (IDD) ซึ่งก็จะให้บริการตามโรงแรมใหญ่ทั่วไปในเขตเมืองท่องเที่ยว

อีเมล์
ประเทศพม่าเพิ่งจะมีบริการอินเตอร์เน็ตเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2543 ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการอีเมล์ในสัดส่วนที่ยังน้อยอยู่ ทำให้ร้านที่ให้บริการอาจจะค่อนข้างหายากและมีราคาสูงอินเตอร์เน็ตในพม่านั้นให้บริการโดยภาครัฐคือ Myanmar Post and Telecommunications

เวลา
เวลาที่ประเทศพม่าจะช้ากว่าประเทศไทย 30 นาที

กระแสไฟฟ้า/ปลั๊กไฟ
ไฟฟ้าในพม่าเป็นไฟ 220 volt ใช้ปลั๊กไฟได้หลายแบบ ทั้งแบบ 2 ขาแบน 2 ขากลม และ 3 ขาแบน

รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
+95

การปกครอง
เผด็จการทางทหาร

การแบ่งเขตการปกครอง
พม่าแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 รัฐ (states) และ 7 เขต (divisions)

รัฐ (States)
1. รัฐชิน (Chin)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองฮะคา
2. รัฐกะฉิ่น (Kachin)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองมิตจีนา
3. รัฐกะเหรี่ยง (Kayin)        มีเมืองหลวงชื่อ เมืองปะอาน
4. รัฐกะยา (Kayah)             มีเมืองหลวงชื่อ เมืองหลอยก่อ
5. รัฐมอญ (Mon)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองมะละแหม่ง
6. รัฐยะไข่ (Rakhine)            มีเมืองหลวงชื่อ เมืองซิตตเว
7. รัฐฉานหรือไทใหญ่ (Shan)    มีเมืองหลวงชื่อ เมืองตองยี

เขต (Divisions)
1. เขตอิรวดี (Ayeyarwady)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองพะสิม
2. เขตพะโค (Bago)            มีเมืองเอกชื่อ เมืองพะโค
3. เขตมาเกว (Magway)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองมาเกว
4. เขตมัณฑะเลย์ (Mandalay)    มีเมืองเอกชื่อ เมืองมัณฑะเลย์
5. เขตสะกาย (Sagaing)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองสะกาย
6. เขตตะนาวศรี (Tanintharyi)    มีเมืองเอกชื่อ เมืองทวาย
7. เขตย่างกุ้ง (Yangon)        มีเมืองเอกชื่อ เมืองย่างกุ้ง

เขตตะนาวศรี

เขตพะโค

เขตย่างกุ้ง

รัฐกะฉิ่น

รัฐกะยา

รัฐกะเหรี่ยง

รัฐฉาน

รัฐชิน

รัฐมอญ

รัฐยะไข่

แหล่งที่มา : หนังสื่อคู่มือนักเดินทางฉบับพกพา เมียนมาร์ หน้า 5 – 12 , หน้า 15 – 21 , หน้า 41 , หน้า 65 – 66

 

tour-instruction-2 คำแนะนำการเดินทาง ประเทศพม่า

tour-channels-transportation ช่องทางและวิธีการเดินทาง ประเทศพม่า

tour-maps แผนที่ ประเทศพม่า

tour-weather ภูมิอากาศ ประเทศพม่า

tour-gift-shops ร้านของฝาก ประเทศพม่า

tour-restaurants ร้านอาหาร ประเทศพม่า

tour-entertainment สถานบันเทิง ประเทศพม่า

tour-hotels-resorts โรงแรม รีสอร์ท ประเทศพม่า

tour-festivals เทศกาล ประเทศพม่า

tour-attractions สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศพม่า

tour-telephone-numbers เบอร์ติดต่อสถานที่สำคัญ ประเทศพม่า

tour-gallery ประมวลรูปภาพ ประเทศพม่า

Comments (0)Add Comment

Write comment
You must be logged in to post a comment. Please register if you do not have an account yet.

busy
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2013 เวลา 15:04 น.
 

โปรแกรมทัวร์ในประเทศ   ทัวร์ภาคเหนือ   ทัวร์ภาคกลาง   ทัวร์ภาคใต้   ทัวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ทัวร์ภาคตะวันออก

โปรแกรมทัวร์ทวีปเอเชีย   ทัวร์ประเทศลาว   ทัวร์ประเทศเวียดนาม   ทัวร์ประเทศพม่า   ทัวร์ประเทศจีน   ทัวร์ธิเบต   ทัวร์มาเก๊า   ทัวร์ฮ่องกง   ทัวร์ประเทศกัมพูชา
ทัวร์ประเทศเกาหลี   ทัวร์ประเทศญี่ปุ่น   ทัวร์ประเทศไต้หวัน   ทัวร์ประเทศเนปาล   ทัวร์ประเทศฟิลิปปินส์   ทัวร์ประเทศภูฏาณ   ทัวร์ประเทศมาเลเซีย   ทัวร์ประเทศมัลดีฟส์
ทัวร์ประเทศศรีลังกา   ทัวร์ประเทศสิงคโปร์   ทัวร์อินโดนีเซีย (บาหลี)   ทัวร์ประเทศอินเดีย

โปรแกรมทัวร์ทวีปยุโรป   ทัวร์ยุโรป

โปรแกรมทัวร์ทวีปอเมริกา   ทัวร์อเมริกา

โปรแกรมทัวร์ทวีปตะวันออกกลาง   ทัวร์ประเทศจอร์แดน   ทัวร์ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   ทัวร์ประเทศอิหร่าน

โปรแกรมทัวร์ทวีปแอฟริกา   ทัวร์ประเทศอียิปต์   ทัวร์ประเทศแอฟริกาใต้


จองตั๋วเครื่องบินในประเทศ   จองตั๋วในประเทศ   จองตั๋ววันทูโก (12go)   จองตั๋วโอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์   จองตั๋วนกแอร์   จองตั๋วบางกอก แอร์เวย์   จองตั๋วการบินไทย

จองตั๋วเครื่องบินต่างประเทศ   จองตั๋วต่างประเทศ   จองตั๋วบางกอก แอร์เวย์   จองตั๋วการบินไทย


จองโรงแรม   จองโรงแรมในประเทศ   จองโรงแรมต่างประเทศ

ข้อมูลท่องเที่ยวในประเทศ

ภาคเหนือ

ท่องเที่ยวกำแพงเพชร   ท่องเที่ยวเชียงราย   ท่องเที่ยวเชียงใหม่   ท่องเที่ยวตาก   ท่องเที่ยวนครสวรรค์   ท่องเที่ยวน่าน   ท่องเที่ยวพะเยา   ท่องเที่ยวพิจิตร   ท่องเที่ยวพิษณุโลก

ท่องเที่ยวเพชรบูรณ์   ท่องเที่ยวแพร่   ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน   ท่องเที่ยวลำปาง   ท่องเที่ยวลำพูน   ท่องเที่ยวสุโขทัย   ท่องเที่ยวอุตรดิตถ์

ภาคกลาง

ท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร   ท่องเที่ยวกาญจนบุรี   ท่องเที่ยวฉะเชิงเทรา   ท่องเที่ยวชัยนาท   ท่องเที่ยวนครนายก   ท่องเที่ยวนครปฐม   ท่องเที่ยวนนทบุรี   ท่องเที่ยวปทุมธานี

ท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์   ท่องเที่ยวปราจีนบุรี   ท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา   ท่องเที่ยวเพชรบุรี   ท่องเที่ยวราชบุรี   ท่องเที่ยวลพบุรี   ท่องเที่ยวสมุทรปราการ

ท่องเที่ยวสมุทรสาคร   ท่องเที่ยวสมุทรสงคราม   ท่องเที่ยวสระแก้ว   ท่องเที่ยวสระบุรี   ท่องเที่ยวสิงห์บุรี   ท่องเที่ยวสุพรรณบุรี   ท่องเที่ยวอ่างทอง   ท่องเที่ยวอุทัยธานี

ภาคใต้

ท่องเที่ยวกระบี่   ท่องเที่ยวชุมพร   ท่องเที่ยวตรัง   ท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช   ท่องเที่ยวนราธิวาส   ท่องเที่ยวปัตตานี   ท่องเที่ยวพังงา   ท่องเที่ยวพัทลุง   ท่องเที่ยวภูเก็ต

ท่องเที่ยวยะลา   ท่องเที่ยวระนอง   ท่องเที่ยวสงขลา   ท่องเที่ยวสตูล   ท่องเที่ยวสุราษฏร์ธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ท่องเที่ยวอุบลราชธานี   ท่องเที่ยวกาฬสินธุ์   ท่องเที่ยวขอนแก่น   ท่องเที่ยวชัยภูมิ   ท่องเที่ยวนครพนม   ท่องเที่ยวนครราชสีมา(โคราช)   ท่องเที่ยวบุรีรัมย์   ท่องเที่ยวมหาสารคาม

ท่องเที่ยวมุกดาหาร   ท่องเที่ยวยโสธร   ท่องเที่ยวร้อยเอ็ด   ท่องเที่ยวเลย   ท่องเที่ยวศรีสะเกษ   ท่องเที่ยวสกลนคร   ท่องเที่ยวสุรินทร์   ท่องเที่ยวหนองคาย

ท่องเที่ยวหนองบัวลำภู   ท่องเที่ยวอุดรธานี   ท่องเที่ยวอำนาจเจริญ

ภาคตะวันออก

ท่องเที่ยวจันทบุรี   ท่องเที่ยวชลบุรี   ท่องเที่ยวตราด   ท่องเที่ยวระยอง

ข้อมูลท่องเที่ยวต่างประเทศ

ท่องเที่ยวลาว   ท่องเที่ยวเวียดนาม   ท่องเที่ยวพม่า   ท่องเที่ยวจีน   ท่องเที่ยวธิเบต   ท่องเที่ยวมาเก๊า   ท่องเที่ยวฮ่องกง   ท่องเที่ยวกัมพูชา   ท่องเที่ยวเกาหลี   ท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ท่องเที่ยวไต้หวัน   ท่องเที่ยวเนปาล   ท่องเที่ยวฟิลิปปินส์   ท่องเที่ยวภูฏาณ   ท่องเที่ยวมาเลเซีย   ท่องเที่ยวมัลดีฟส์   ท่องเที่ยวศรีลังกา   ท่องเที่ยวสิงคโปร์   ท่องเที่ยวบาหลี

ท่องเที่ยวอินเดีย